Close sites icon close

เว็บไซต์ของแต่ละประเทศ

Search form

ค้นหาในเว็บไซต์ของประเทศ

ข้อมูลประเทศ

เว็บไซต์ของแต่ละประเทศ

UNHCR: บัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่ออกโดยรัฐบาล เปิดศักราชใหม่แห่งการมีส่วนร่วมและการพึ่งพาตนเองของผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์

UNHCR: บัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่ออกโดยรัฐบาล เปิดศักราชใหม่แห่งการมีส่วนร่วมและการพึ่งพาตนเองของผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

18 มิถุนายน 2026 Also available in:
UNHCR

กรุงเทพ – ผู้ลี้ภัยที่อาศัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เริ่มได้รับบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยแล้วในวันนี้ โดยถือเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ โดย UNHCR ขอแสดงความชื่นชมอย่างยิ่ง

การออกบัตรประจำตัวดังกล่าว ซึ่งเป็นบัตรที่ออกโดยรัฐบาลไทยสำหรับบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย เป็นการรับรองสถานะของบุคคลกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการในฐานะ “ผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมา” นับเป็นก้าวสำคัญด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วม การคุ้มครอง และการพึ่งพาตนเองของประชากรผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ ที่อยู่ในภาวะพลัดถิ่นยาวนานที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก

“สำหรับผู้ลี้ภัยจากเมียนมาในประเทศไทย บัตรประจำตัวนี้ไม่เพียงแต่เป็นเอกสาร แต่ยังเป็นหนทางสู่การได้รับการคุ้มครอง ความมั่นคง และโอกาส” นายราอูฟ มาซู ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ฝ่ายปฎิบัติการของ UNHCR กล่าว “บัตรเหล่านี้ช่วยฟื้นคืนศักดิ์ศรี เปิดโอกาสใหม่ ๆ และทำให้ผู้ลี้ภัยสามารถสร้างอนาคตที่มีความหมายได้”

ความก้าวหน้าครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการปรับเปลี่ยนนโยบายที่น่ายกย่องของรัฐบาล ซึ่งได้ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 โดยกำหนดให้ผู้ลี้ภัยที่พำนักอยู่มาเป็นเวลานานสามารถเข้าถึงการจ้างงานได้อย่างถูกกฎหมาย และถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากแนวทางที่เน้นการอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงเป็นหลัก

นับตั้งแต่การดำเนินนโยบายดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2568 ผู้ลี้ภัยมากกว่า 5,500 คนได้เข้าสู่ตลาดแรงงาน ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ความหวังจากนี้คือ การที่จะมีผู้ลี้ภัยจำนวนมากยิ่งขึ้น ได้มีโอกาสเดินตามรอยความสำเร็จนี้ต่อไป

ระบบบัตรประจำตัวบุคคลนี้ จะประกอบด้วยการลงทะเบียนข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล (Biometric Registration) ที่เชื่อมโยงเข้ากับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของประเทศ นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจสอบผ่าน QR Code ซึ่งช่วยเพิ่มการคุ้มครอง ลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงตัวตน การค้ามนุษย์ และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ถือบัตรเข้าถึงบริการสำคัญต่าง ๆ เช่น บริการธนาคาร โทรคมนาคม และการรักษาพยาบาล

นายมาซูกล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการนี้ช่วยให้ผู้ลี้ภัยสามารถมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น และดำรงชีวิตด้วยความมั่นคงและความเป็นอิสระมากขึ้น เราขอชื่นชมรัฐบาลไทยสำหรับนโยบายที่ก้าวหน้านี้ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญสถานการณ์การพลัดถิ่นที่ยืดเยื้อ”

UNHCR ยืนยันว่าจะยังคงทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อสนับสนุนความพยายามดังกล่าวและสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้แก่ชุมชนผู้พลัดถิ่นและประชาชนไทย

ปัจจุบันมีประชากรผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาราว 80,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา บัตรประจำตัวดังกล่าวจะทยอยออกให้แก่ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป โดยในระยะแรกจะให้ความสำคัญกับผู้ที่กำลังทำงานอยู่ก่อน และจากสถานการณ์ด้านความมั่นคง มนุษยธรรม และสิทธิมนุษยชนที่ยังน่าห่วงกังวลในเมียนมา บุคคลเหล่านี้ยังคงจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองระหว่างประเทศ หลายคนอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ และพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเกือบทั้งหมด โดยประมาณ 45% ของผู้ลี้ภัยเกิดในพื้นที่พักพิงในประเทศไทย

ในระดับสากล UNHCR กำลังมุ่งสู่เป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ คือการลดจำนวนผู้ลี้ภัยที่ตกอยู่ในภาวะพลัดถิ่นระยะยาวและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมลงมากกว่าครึ่งหนึ่งภายในทศวรรษหน้า เพื่อเพิ่มโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คนหลายล้านคน

ความก้าวหน้าของประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ โดยทำให้ผู้ที่ถูกบังคับให้ต้องหลบหนีจากถิ่นฐานไม่เพียงได้รับการคุ้มครองเท่านั้น แต่ยังได้รับการเสริมพลังและโอกาสในการสร้างชีวิตใหม่ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อีกด้วย