สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เร่งระดมความช่วยเหลือเวเนซุเอลา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เร่งระดมความช่วยเหลือเวเนซุเอลา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฏิบัติการค้นหาท่ามกลางซากอาคารที่พังถล่มในย่านลอส ปาลอส กรานเดส เขตเทศบาลชาเกา กรุงการากัส เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569
เจนีวา – เจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาติ (UNHCR) เร่งระดมเจ้าหน้าที่และทรัพยากรเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลาเมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และทำให้ประชาชนหลายพันคนตกต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน
ในขณะนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย การให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน และการประเมินความเสียหาย UNHCR พร้อมสนับสนุนการตอบสนองต่อสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของสหประชาชาติ โดยกำลังเร่งระดมความช่วยเหลือและจัดสรรสิ่งของบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินที่มีอยู่ เพื่อรองรับความต้องการด้านมนุษยธรรมที่เพิ่มขึ้น
แผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 ตามมาตราริกเตอร์ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในเมืองหลวงการากัส รัฐมิรันดา รัฐการาโบโบ รัฐยารากุย และรัฐลากวยรา จากรายงานเบื้องต้นของประธานสภาแห่งชาติ ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 188 คน ได้รับบาดเจ็บ 1,520 คน สูญหาย 157 คน และยังมีประชาชนกว่า 200 คนติดอยู่ใต้ซากอาคาร ขณะที่มีผู้ได้รับผลกระทบรวม 2,927 คน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการรายงานอย่างต่อเนื่อง และอาจเพิ่มสูงกว่าที่รายงานไว้ในขณะนี้อย่างมีนัยสำคัญ
รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมมาตรการอพยพประชาชน มีการหยุดให้บริการขั้นพื้นฐาน
และระดมบุคลากรทางการแพทย์และทีมกู้ภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย มีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะที่จำเป็น รวมถึงโรงพยาบาล 8 แห่ง โดยการประเมินความเสียหายยังคงดำเนินอยู่ ขณะเดียวกันสนามบินนานาชาติซิมอน โบลิวาร์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้เที่ยวบินทั้งหมดถูกระงับหรือยกเลิก
เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลต่อความเสี่ยงด้านการคุ้มครองของประชากรกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น รวมถึงผู้ลี้ภัย ผู้เดินทางกลับประเทศต้นทาง และผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มอื่นๆ ในฐานะองค์กรที่เป็นผู้นำคณะทำงานด้านความคุ้มครอง UNHCR กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรด้านมนุษยธรรม เพื่อประเมินความขาดแคลนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนประสานงานและตอบสนองให้เป็นไปอย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม
UNHCR มีความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เดินทางกลับประเทศต้นทาง ซึ่งก่อนเกิดภัยพิบัติ
ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายอยู่แล้ว ทั้งนี้ ทางการในรัฐลา กัวอิรา รายงานว่า ศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับ
ผู้เดินทางกลับประเทศต้นทาง ซึ่งรองรับผู้เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกาประมาณ 140 คน ได้พังถล่มลง
โดยปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินอยู่
ในประเทศเวเนซุเอลา UNHCR ทำงานเพื่อให้ความคุ้มครองและความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัย ผู้ขอลี้ภัย บุคคลอื่น ๆ ที่อยู่ในความคุ้มครองและช่วยเหลือของ UNHCR รวมถึงผู้ที่เดินทางกลับประเทศต้นทาง หลังจากอาศัยอยู่ในต่างประเทศในระยะเวลาหนึ่ง เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2568 ประเทศเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัย ผู้ขอลี้ภัย และบุคคลอื่น ๆ ที่อยู่ในความคุ้มครองของ UNHCR มากกว่า 210,000 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้ลี้ภัยและผู้ย้ายถิ่นชาวเวเนซุเอลาอีก 6.9 ล้านคนอาศัยอยู่ในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน โดยในจำนวนนี้มี 4 ล้านคนที่ยังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ผลการสำรวจของ UNHCR ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา จากชาวเวเนซุเอลาประมาณ 1,300 คนที่อาศัยอยู่นอกประเทศในภูมิภาค พบว่า หนึ่งในสามมีความตั้งใจที่จะเดินทางกลับประเทศ และร้อยละ 9 กำลังพิจารณาที่จะเดินทางกลับภายในหนึ่งปี โดยแรงจูงใจสำคัญที่สุดคือการกลับไปอยู่ร่วมกับครอบครัวอีกครั้ง
ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว UNHCR ในประเทศเวเนซุเอลาต้องการงบประมาณสำหรับการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2569 จำนวน 44.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับเงินสนับสนุนแล้วเพียงร้อยละ 11 การได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างทันท่วงทีและมีความยืดหยุ่นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ UNHCR สามารถดำเนินภารกิจด้านความคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการพลัดถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นและเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว
UNHCR ดำเนินงานในประเทศเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และปัจจุบันมีสำนักงานในเมืองหลวงการากัส เมืองมาราไกโบ และเมืองซานคริสโตบัล ในฐานะผู้นำการดำเนินงานด้านความคุ้มครอง UNHCR มีความพร้อมในการสนับสนุนการตอบสนองของรัฐบาล โดยประสานงานร่วมกับคณะผู้แทนสหประชาชาติประจำประเทศ หน่วยงานต่าง ๆ ของสหประชาชาติ และเครือข่ายด้านมนุษยธรรมอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังเป็นผู้ร่วมเป็นผู้นำกลุ่มงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและที่พักพิงชั่วคราว และพร้อมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในด้านดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
สนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้ที่ https://unh.cr/c2kHcg