วิธีการจ่ายซะกาตเป็นอย่างไร ใครมีสิทธิ์ได้รับซะกาตบ้าง
วิธีการจ่ายซะกาตเป็นอย่างไร ใครมีสิทธิ์ได้รับซะกาตบ้าง
การจ่ายซะกาตเป็นหลักทางศาสนาที่ชาวมุสลิมปฏิบัติตามเพื่อแสดงความนับถือต่อพระผู้เป็นเจ้า ด้วยการบริจาคช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเกี่ยวกับ “ซะกาต” รวมถึงวิธีการจ่ายซะกาด และผู้มีสิทธิ์ได้รับซะกาต เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของซะกาตให้มากขึ้น
Key Takeaway
- พิธีซะกาต คือ การจ่ายทรัพย์สินส่วนเกิน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด เงิน ทอง ผลผลิตการเกษตร ปศุสัตว์ ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทรัพย์ที่ค้นพบให้กับผู้มีสิทธิตามหลักศาสนา
- การบริจาคซะกาตช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลในชุมชน และแสดงถึงความศรัทธาต่อพระเจ้า
- ผู้มีสิทธิได้ซะกาต ได้แก่ ผู้ยากจน, ผู้ขัดสน, ผู้เป็นหนี้สิน, ผู้จัดการและผู้บริหารซะกาต, ผู้ที่เพิ่งเข้าอิสลาม, ผู้เดินทางที่เดือดร้อน, ผู้เป็นทาส/เชลย และผู้ที่อยู่ในหนทางของอัลลอฮ์
ซะกาตคืออะไร?
คำว่า “ซะกาต (Zakat)” มีหลากหลายความหมายด้วยกัน
“ในเชิงภาษาศาสตร์ ซะกาต หมายถึง การขัดเกลาให้บริสุทธิ์, การงอกเงย และการเพิ่มพูนในเชิงศาสนา หมายถึง การบริจาคทรัพย์สินส่วนเกิน ในรูปแบบของเงินทอง สัตว์ ผลผลิตการเกษตรในหลักปฏิบัติของรุก่นทั้งห้า ซะกาต คือ ภาระหน้าที่ที่ชาวมุสลิมต้องปฏิบัติ โดยจ่ายทรัพย์สินให้กับผู้มีสิทธิได้ซะกาตที่กำหนดไว้ในอังกุรอาน”
จะเห็นได้ว่าการบริจาคซะกาต คือหน้าที่ที่ชาวมุสลิมพึงปฏิบัติตามเพื่อแสดงความเคารพต่อพระเจ้า ซึ่งการบริจาคไม่เพียงแต่จะช่วยทะนุบำรุงบ้านเมืองให้รุ่งเรืองเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยทำให้ผู้คนในชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ขอบคุณที่มาจาก : https://www.masjidhidayah.com/?p=73
ชาวมุสลิมบริจาคซะกาตเพื่ออะไร?
การบริจาคซะกาตเป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติ 5 ประการที่ชาวมุสลิมต้องปฏิบัติตาม โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- ลดความเหลื่อมล้ำและความยากจน - ความเหลื่อมล้ำทางสังคมทำให้มีจำนวนผู้ยากไร้จำนวนมาก การบริจาคซะกาตจะช่วยกระจายทรัพย์สินให้กลุ่มผู้มีสิทธิได้ซะกาตได้
- สร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจในสังคมมุสลิม - ทรัพย์สินที่บริจาคจะถูกส่งไปช่วยให้ผู้ยากไร้ ให้สามารถซื้อสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ได้มากขึ้น
- เสริมสร้างความสัมพันธ์ในสังคมมุสลิม - การแบ่งปันทรัพย์สินให้กับผู้ยากไร้เป็นสิ่งที่แสดงถึงความมีเมตตาระหว่างผู้ร่ำรวยและผู้ยากไร้ ซึ่งจะช่วยสร้างความผูกพันในชุมชนได้
- แสดงความศรัทธาต่อพระเจ้า - การบริจาคซะกาตเป็นการความจงรักภักดีและน้อมรับคำสอนของศาสนา ซึ่งจะช่วยทำให้ได้รับบุญกุศลเพิ่มขึ้น
- ชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ - การบริจาคซะกาตช่วยลดความตระหนี่ ชำระล้างจิตใจให้สะอาด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมและสร้างโอกาสให้เงินจะพอกพูนเพิ่มขึ้น
ขอบคุณที่มาจาก : https://www.islammore.com/view/3853
ใครบ้างที่มีหน้าที่จ่ายซะกาต?
- ชาวมุสลิม ที่มีความเลื่อมใสต่อศาสนา เพื่อแสดงความศรัทธาต่อพระเจ้า
- มีทรัพย์สินถึงเกณฑ์นิศอบ (Nisab) จะต้องบริจาคซะกาตในอัตราที่กำหนดไว้
- ครบกำหนด 1 ปีจันทรคติ (ฮาวล์) จะต้องครอบครองทรัพย์สินนั้น ๆ อย่างน้อย 1 ปี
ทรัพย์สินประเภทใดที่ต้องจ่ายซะกาต?
เงินสด เงินฝาก และรายได้สะสม
เงินสด เงินฝาก และรายได้สะสมหลังหักหนี้สินที่ต้องจ่ายภายในปี หากมีจำนวนมากกว่าเกณฑ์นิศอบ จะต้องนำเงินมาจ่ายซะกาตในอัตราร้อยละ 2.5 นิยมจ่ายในช่วงรอมฎอน ในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝากถือเป็นรายได้ต้องห้าม จึงต้องหักดอกเบี้ยออกจากยอดเงินต้นก่อนคำนวณเงินบริจาคซะกาต
ทองคำ เงิน และทรัพย์สินมีค่า
ทองคำ เงิน และทรัพย์สินมีค่า ที่เป็นของตนเอง ไม่ใช่ของผู้อื่น หากมีมูลค่าทรัพย์สินรวมมากกว่า 85 กรัม (ประมาณ 5.66 บาท) จะต้องบริจาคซะกาตเมื่อครอบครองครบ 1 ปี โดยจะต้องจ่ายร้อยละ 2.5 ของมูลค่าทรัพย์สินที่มีการครอบครองครบ 1 ปี
สินค้าเพื่อการค้าและธุรกิจ
สินค้าที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับค้าขาย เช่น อาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์ และอื่น ๆ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ หากมีจำนวนถึงพิกัดที่กำหนด จะต้องจ่ายร้อยละ 2.5 จากราคาทรัพย์สิน ยกเว้นบ้านสำหรับอยู่อาศัย หรืออุปกรณ์เครื่องมือที่นำมาใช้ประกอบอาชีพจะไม่ถูกรวมอยู่ในทรัพย์สินที่ต้องจ่ายซะกาต
ผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์
วิธีการจ่ายซะกาตของผลผลิตทางการเกษตรขึ้นอยู่กับการชลประทาน
- ผลผลิตที่ต้องลงทุนชลประทาน จะเสียค่าซะกาตในอัตรา 5%
- ผลผลิตที่ไม่ต้องลงทุนชลประทาน (ใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ) จะเสียค่าซะกาตในอัตรา 10%
วิธีการจ่ายซะกาตของปศุสัตว์ นำแพะ แกะ อูฐ วัว ควาย ไปบริจาคซะกาตเมื่อครอบครองครบ 1 ปี
- ปศุสัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ในพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าของ จะต้องจ่ายซะกาตตามประเภทของสัตว์ที่กำหนดไว้
- ปศุสัตว์ที่ให้อาหารจากสวนของตัวเองหรืออาหารที่ซื้อมา หากเลี้ยงเพื่อค้าขาย จะต้องจ่ายซะกาตเมื่อถึงเกณฑ์ที่กำหนด แต่ถ้าไม่ได้เลี้ยงเพื่อค้าขายจะไม่ต้องจ่ายซะกาต
ทรัพยากรธรรมชาติหรือทรัพย์ที่ค้นพบ
- ทรัพย์ที่ค้นพบจากพื้นดินและมีมูลค่า เช่น แร่เงิน แร่ทอง แร่เหล็ก น้ำมันดิบ และอื่น ๆ จะต้องจ่ายซะกาตตามมูลค่าของทรัพย์สินที่ค้นพบทันที ร้อยละ 2.5 ไม่ต้องรอให้ครบรอบปี
- ทรัพย์ที่ค้นพบจากการถูกฝัง จ่ายซะกาตร้อยละ 20 ของสิ่งที่ขุดพบทันที ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ
ขอบคุณที่มาจาก : https://www.skthai.org/th/articles/113049-ดอกเบี้ยกับซะกาต
ขอบคุณที่มาจาก : https://islamicfinancethai.com/ซะกาต-zakat/ซะกาตมาล/
ขอบคุณที่มาจาก : https://islamhouse.com/th/articles/330802
วิธีคำนวณซะกาตทำอย่างไร?
หลักการอัตรา 2.5%
ในหลักปฏิบัติ 5 ประการ จะต้องบริจาคซะกาตในอัตราร้อยละ 2.5 จากทรัพย์สินส่วนเกินที่ถือครองครบ 1 ปีนิศอบ (เทียบเท่าน้ำหนักทอง 85 กรัม) ซึ่งอัตรานี้คำนวณหลังจากหักลบกับหนี้สินที่ต้องจ่ายรายปีแล้ว
ตัวอย่างการคำนวณซะกาตเงินสด
(เงินสดติดตัว + เงินฝากธนาคารหลังหักดอกเบี้ยรายปี) x 0.025 = เงินซะกาตที่ต้องจ่าย
เช่น : (50,000 + 250,000) x 0.025 = 7,500 บาท
หมายความว่า ในปีนั้นจะต้องบริจาคซะกาต 7,500 บาท
การคำนวณซะกาตทองคำ
วิธีการจ่ายซะกาตทองคำนั้น คำนวณจากน้ำหนักทองคำที่ครอบครองครบ 1 ปี โดยใช้อัตราร้อยละ 2.5 เหมือนกับการคำนวณซะกาตเงินสด (ทองคำ 85 กรัม = ~5.576 บาท)
เช่น : มีทองคำ 255 กรัม ราคาทองปัจจุบันอยู่ที่ 1,500 บาทต่อกรัม
= (225 x 1,500) x 0.025 = 9,562.50 บาท
หลักการหักหนี้ก่อนคำนวณ
ในกรณีที่มีหนี้สิน จะต้องหักหนี้สินที่มีกำหนดการชำระภายในปีทั้งหมดก่อน กรณีที่ยอดเงินคงเหลือถึงเกณฑ์นิศอบ ก็จะต้องคำนวณเงินที่ต้องทำการซะกาตต่อไป
ทั้งนี้ คุณสามารถคำนวณจำนวนซะกาตที่ต้องจ่ายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมบริจาคเงินส่งตรงถึงผู้มีสิทธิได้ซะกาต เพื่อช่วยเหลือพวกเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ที่เว็บไซต์ https://zakat.unhcr.org/thai/th/zakat-calulator
ขอบคุณที่มาจาก : https://www.unhcr.org/th/zakat-in-muslim
ผู้มีสิทธิ์ได้รับซะกาต 8 ประเภทตามหลักศาสนา
ผู้ยากจนและผู้ขัดสน
- ผู้ยากจน คือ ผู้ที่ไม่มีทรัพย์สิน หรือมีทรัพย์สินน้อยจนไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต
- ผู้ขัดสน คือ ผู้ที่มีรายได้ แต่มีเงินไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต
ผู้จัดการและบริหารซะกาต
- ผู้จัดการและบริหารซะกาต คือ ผู้ที่มีหน้าที่จัดเก็บและแจกจ่ายซะกาตให้กลุ่มผู้ผู้มีสิทธิได้ซะกาต ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้ยากไร้ ผู้ลี้ภัย และผู้พลัดถิ่น เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมาก การมีผู้จัดการบริหารซะกาตจะส่งผลให้พวกเขาได้รับความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ผู้ที่เพิ่งเข้ารับอิสลาม
- ผู้ที่เพิ่งเข้ารับอิสลาม คือ ผู้ที่เพิ่งเข้าสู่การนับถือศาสนาอิสลาม การมอบซะกาตให้พวกเขาจะช่วยเพิ่มศรัทธาที่มีต่อศาสนาให้มั่นคงมากขึ้น
ผู้เป็นหนี้สิน
- ผู้เป็นหนี้สิน คือ ผู้ที่มีหนี้สินที่เกิดจากความจำเป็น ไม่ได้เกิดจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น การรักษาพยาบาล การช่วยเหลือครอบครัว รวมถึงหนี้สินที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ผู้เดินทางที่เดือดร้อน
- ผู้เดินทางที่เดือดร้อน คือ ผู้ที่มีทรัพย์สินไม่เพียงพอต่อการเดินทาง หรือไม่สามารถจัดหาทรัพย์สินในการเดินทางได้ทัน แม้ว่าจะเป็นผู้ที่มีฐานะในบ้านเกิดก็ตาม
ในหนทางของอัลลอฮ์ และกลุ่มอื่นตามบัญญัติ
- ผู้ที่อยู่ในหนทางของอัลลอฮ์ คือ ผู้ที่เผยแผ่ศาสนาหรือผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับศาสนาอิสลาม
- กลุ่มอื่นตามบัญญัติ คือ ผู้ที่มีสิทธิได้ซะกาตที่ไม่เข้าข่ายเกณฑ์ที่ระบุไว้ข้างต้น เช่น ผู้ที่ทำกิจกรรมทางศาสนาตามที่ระบุไว้ในอัลกุรอาน
ขอบคุณที่มาจาก : https://www.islamicbangkok.or.th/2016/03/26/ซะกาตตามหลักการศาสนาอิสลาม.html
มารยาทและจิตวิญญาณของการจ่ายซะกาต
- ให้ด้วยความเต็มใจ ไม่หวังผลตอบแทน ไม่คิดว่าการให้ซะกาตจำเป็นต้องได้รับคำตอบแทน
- เลือกทรัพย์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่ของเหลือ เพราะสิ่งของที่ให้เปรียบเหมือนการให้สิ่งของแก่อัลลอฮ์
- การให้แบบลับและเปิดเผยอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตนเอง
- การให้ที่รักษาศักดิ์ศรีของผู้รับ บริจาคซะกาตด้วยรอยยิ้ม และจิตใจที่เป็นสุข
จะจ่ายซะกาตที่ไหนและอย่างไร?
การแจกจ่ายในชุมชนของตน
คุณสามารถบริจาคซะกาตให้กับผู้มีสิทธิได้ซะกาตหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น ผู้ยากจน ผู้ยากไร้ ที่อยู่ในชุมชน หรือให้ซะกาตกับญาติพี่น้องที่ขัดสนได้โดยตรง เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ยากให้กับพวกเขา
การมอบหมายตัวแทนหรือองค์กรที่เชื่อถือได้
หากคุณไม่สะดวกมอบซะกาตด้วยตัวเอง หรือไม่สามารถระบุตัวผู้มีสิทธิได้ซะกาต สามารถจ่ายซะกาตให้กับตัวแทนหรือองค์กรที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ตัวแทนส่งมอบซะกาตให้กับผู้ที่มีสิทธิได้รับอย่างถูกต้องต่อไป
การบริจาคผ่านองค์กรด้านมนุษยธรรม
วิธีการจ่ายซะกาตอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยเหลือผู้มีสิทธิได้ซะกาตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การบริจาคผ่านองค์กรด้านมนุษยธรรม เช่น UNHCR ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับฟัตวาจากศาสนาอิสลาม จึงมั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจะส่งไปถึงผู้ที่มีสิทธิโดยตรง
ขอบคุณที่มาจาก : https://www.islammore.com/view/6167
เวลาและวิธีการจ่ายซะกาต
จ่ายเมื่อถึงกำหนด
โดยปกติแล้ว เมื่อถึงช่วงสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ชาวมุสลิมทุกคนที่มีอาหารเพียงพอจะต้องบริจาคซะกาตฟิตเราะห์ สำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินถึงอัตราพิกัด จะต้องจ่ายซะกาตร้อยละ 2.5 เมื่อถือครองครบกำหนด 1 ปี
การจ่ายล่วงหน้า
การจ่ายซะกาตล่วงหน้าสามารถทำได้ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือเกิดวิกฤตที่ต้องการความช่วยเหลือทันที แต่ต้องคำนวณจำนวนเงินซะกาตที่จ่ายให้ถูกต้อง เพื่อมั่นใจว่าจ่ายซะกาตในจำนวนที่ไม่ขัดกับหลักศาสนา
การแบ่งจ่ายเป็นงวด
การแบ่งจ่ายซะกาตเป็นงวดสามารถทำได้เมื่อทรัพย์สินถึงเกณฑ์นิศอบ แต่จะต้องคำนวณทรัพย์สินและสรุปยอดอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจ่ายซะกาตตามเกณฑ์ที่ระบุไว้
ขอบคุณที่มาจาก : https://islamqa.info/en/search?q=Zakat
ร่วมบริจาคซะกาตกับ UNHCR ช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้มีความสุขในทุกวัน
ทุกวันนี้ มีจำนวนผู้มีสิทธิได้รับซะกาตเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลี้ภัยและพลัดถิ่นที่กำลังเดินทาง ขัดสน มีชีวิตที่ยากลำบาก รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและสงครามต่าง ๆ ซึ่งการช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้ให้รอดพ้นความยากลำบากได้นั้น จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทำให้เงินบริจาคซะกาตที่ได้รับในแต่ละปีอาจสำคัญอย่างยิ่งต่อการมอบความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การบริจาคซอดาเกาะห์ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่บริจาคได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา เป็นอีกทางที่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณประสงค์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพวกเขาให้ได้รับที่พักพิง อาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรค รวมถึงการศึกษา สามารถบริจาคซะกาตประจำปีหรือบริจาคซอดาเกาะห์ได้ทุกเวลากับ UNHCR องค์กรที่ได้รับฟัตวาให้มัสิทธิ์รับซะกาตตามหลักศาสนา และได้รับการรับรองให้เป็นตัวแทนรับบริจาคซะกาต จึงสามารถวางใจได้ว่าเงินทุกบาทที่บริจาคนั้นจะถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิง หรือครอบครัวเปราะบางได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
การจ่ายซะกาต สร้างบุญ สร้างความสุข ให้กับผู้ให้และผู้รับ
ซะกาตเป็นภาระการบริจาคเงินรูปแบบหนึ่งของชาวมุสลิม โดยมีจุดประสงค์ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ให้มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะดำรงชีวิตได้อย่างไม่ขัดสน แต่การบริจาคเงินเพื่อช่วยพัฒนาชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ
หากคุณต้องการบริจาคซะกาตเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา สามารถบริจาคออนไลน์ หรือผ่านบัญชีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกับ UNHCR องค์การของสหประชาชาติที่ทำงานด้านมนุษยธรรมที่มีความมุ่งมั่นช่วยเหลือพี่น้องผู้ลี้ภัย ผู้พลัดถิ่น ที่ยากไร้ และขาดแคลนทรัพยากรในการดำรงชีวิต ทั้งในด้านปัจจัยสี่ สุขอนามัย การศึกษา รวมถึงการสร้างอาชีพ ให้สามารถใช้ชีวิตที่ทัดเทียมอยู่ในสังคมได้อย่างยั่งยืน
ช่องทางการบริจาคซะกาต ผ่านกองทุนซะกาตของ UNHCR
วิธีการจ่ายซะกาตผ่านกองทุนซะกาตของ UNHCR สามารถโอนเงินไปยังช่องทางดังนี้
- เว็บไซต์ https://donate.unhcr.org/th/th/zakat
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) ชื่อบัญชี UNHCR SPECIAL ACCOUNT เลขบัญชี 008-1-36212-9
*กรุณาส่งสลิปโอนเงินเพื่อบันทึกการบริจาคได้ที่ LINE @unhcrdonation เพื่อบันทึกการบริจาค*เงินซะกาต 100% จะถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั้งหมดตามหลักศาสนาอย่างรอบคอบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซะกาตกับซอดาเกาะห์ต่างกันอย่างไร?
ซะกาต คือภาระหน้าที่ที่ชาวมุสลิมจำเป็นต้องจ่ายทรัพย์สินส่วนเกินให้กับผู้มีสิทธิได้ซะกาตในช่วงเวลาที่กำหนด แต่ซอดาเกาะห์ คือ การบริจาคที่ไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใด ๆ คุณสามารถร่วมบริจาคให้กับผู้ยากไร้ ผู้ลี้ภัย หรือผู้พลัดถิ่นได้ทุกช่วงเวลา
สามารถจ่ายซะกาตให้ญาติได้หรือไม่?
สามารถจ่ายซะกาตให้กับญาติได้ หากญาติเป็นผู้มีสิทธิได้ซะกาตตามหลักศาสนา (ผู้ยากไร้ ผู้ขัดสน)
หากลืมจ่ายต้องทำอย่างไร?
หากลืมจ่ายซะกาต จะต้องจ่ายย้อนหลังในปีที่ไม่ได้จ่ายซะกาต แต่ถ้าจำจำนวนปีที่ไม่ได้จ่ายซะกาตไม่ได้ จะต้องขอตะบะฮตัว (ขออภัยโทษ) กับอัลลอฮ์ และบริจาคซะกาตชดเชยในจำนวนที่ครอบคลุม