Close sites icon close

เว็บไซต์ของแต่ละประเทศ

Search form

ค้นหาในเว็บไซต์ของประเทศ

ข้อมูลประเทศ

เว็บไซต์ของแต่ละประเทศ

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน เดือนแห่งการให้ที่เปลี่ยนหัวใจ และเปลี่ยนชีวิตผู้คนทั่วโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน เดือนแห่งการให้ที่เปลี่ยนหัวใจ และเปลี่ยนชีวิตผู้คนทั่วโลก

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน คือเดือนแห่งศีลอด การให้ และการขัดเกลาจิตใจ ทำความเข้าใจความสำคัญของเดือนรอมฎอน เหตุผลที่มุสลิมยึดมั่นในการทำความดี
13 มีนาคม 2026
ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน

เดือนรอมฎอน (Ramadan) ไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาแห่งการงดอาหารและน้ำเท่านั้น แต่คือเดือนแห่งการยกระดับจิตวิญญาณ การฝึกความอดทน และการเป็น “ผู้ให้” อย่างแท้จริง

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน สะท้อนผ่านการถือศีลอด การละหมาด การขออภัยโทษ และการแบ่งปันแก่ผู้ขัดสน เดือนรอมฎอนคือโอกาสสำคัญที่มุสลิมทั่วโลกจะกลับมาทบทวนหัวใจของตนเอง และสร้างคุณค่าให้สังคมผ่านการทำความดีอย่างต่อเนื่อง

Key Takeaway

  • Ramadan คือเดือนที่ 9 ของปฏิทินอิสลาม และเป็นเดือนแห่งการถือศีลอด การอภัยโทษ และการยกระดับจิตวิญญาณ
  • เป็นเดือนที่พระมหาคัมภีร์ Qur'an ถูกประทานลงมา จึงเป็นช่วงเวลาแห่งการอ่าน ทบทวน และใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น
  • การถือศีลอดในเดือนนี้ไม่ใช่เพียงการงดอาหาร แต่คือการฝึกวินัย ความอดทน และการสร้าง “ตักวา” (ความยำเกรง) ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตทั้งปี
  • ความประเสริฐของเดือนรอมฎอนคือการส่งเสริมการจ่ายซะกาตและซอดาเกาะห์ เพื่อช่วยเหลือผู้ขัดสน และสะท้อนหัวใจของการเป็น “ผู้ให้” อย่างแท้จริง
  • การบริจาคผ่านองค์กรที่ได้รับการรับรอง เช่น UNHCR ช่วยให้การทำความดีเป็นไปตามหลักศาสนา และสร้างผลกระทบเชิงมนุษยธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

เดือนรอมฎอนคืออะไร?

รอมฎอนคือ

เดือนรอมฎอน คือเดือนอะไร? เดือนรอมฎอน (Ramadan) คือเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลามแบบจันทรคติ และเป็นเดือนที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน (Qur’an) ถูกประทานลงมา ถือเป็นเดือนแห่งศรัทธา การอภัย และการกลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ของหัวใจ

ในเดือนนี้ชาวมุสลิมจะถือศีลอดตั้งแต่รุ่งอรุณจนถึงพระอาทิตย์ตก มื้ออาหารหลังละศีลอดเรียกว่า Iftar คือ มื้อที่เริ่มต้นด้วยอินทผลัมและน้ำ ตามแบบอย่างของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และมีการจ่ายซะกาตฟิตเราะห์ (Zakat al-Fitr) ก่อนวันอีด เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้สามารถเฉลิมฉลองได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ด้วยเหตุนี้เดือนแห่งศรัทธานี้จึงไม่ใช่เพียงช่วงเวลาในปฏิทิน แต่เป็นเดือนที่สะท้อนแก่นแท้ของความประเสริฐของเดือนรอมฎอน ผ่านการขัดเกลาจิตใจและการเป็นผู้ให้

ขอบคุณที่มาจาก : สำนักจุฬาราชมนตรี

เหตุผลที่มุสลิมทั่วโลกให้ความสำคัญกับเดือนรอมฎอน

เดือนรอมฎอนคือช่วงเวลาที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานลงมา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวมุสลิมทั่วโลก ด้วยเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้

  1. เป็นเดือนที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน (Qur’an) ถูกประทานลงมา
  2. การถือศีลอด เป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติสำคัญ 5 ประการของอิสลาม
  3. เป็นเดือนที่ผลบุญจากการทำความดีเพิ่มพูนหลายเท่า
  4. เป็นช่วงเวลาแห่งการขออภัยโทษและการเริ่มต้นใหม่
  5. ส่งเสริมการสร้างความยำเกรง (Taqwa) และการควบคุมตนเอง
  6. กระตุ้นให้เกิดการแบ่งปัน เช่น การจ่าย ซะกาต และการทำซอดาเกาะห์ที่เป็นการบริจาคโดยสมัครใจ
  7. เสริมสร้างความสามัคคีในครอบครัวและชุมชน

ด้วยเหตุนี้ เดือนแห่งศรัทธานี้จึงไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาในปฏิทิน แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับจิตใจ สร้างความเมตตา และสะท้อนแก่นแท้ของความประเสริฐของเดือนรอมฎอนอย่างชัดเจน

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอนมีอะไรบ้าง?

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เดือนรอมฎอน แตกต่างจากเดือนอื่น ๆ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการยกระดับศรัทธา การขัดเกลาจิตใจ และการเป็นผู้ให้

ในเดือนรอมฎอนรอมฎอน ผู้ศรัทธาจะถือศีลอด เพิ่มการละหมาด อ่านอัลกุรอาน และเร่งทำความดี ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายซะกาต และการทำซอดาเกาะห์ คือการให้โดยสมัครใจ หรือการช่วยเหลือผู้ขัดสนในสังคม

ขอบคุณที่มาจาก : สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม ประจำกรุงเทพมหานคร

เดือนแห่งอัลกุรอาน

การที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน (Qur’an) ถูกประทานลงมาในเดือนนี้ ดังที่ถูกกล่าวไว้ในซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ (2:185)

ด้วยเหตุนี้ มุสลิมทั่วโลกจึงเพิ่มการอ่านการทบทวน (Tadabbur) และการศึกษาความหมายของอัลกุรอาน เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปตามแนวทางแห่งความถูกต้อง ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาทั้งความคิดและจิตวิญญาณ

เดือนแห่งการถือศีลอด

การถือศีลอด เป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติสำคัญของอิสลาม การงดอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่รุ่งอรุณจนถึงพระอาทิตย์ตกไม่ใช่เพียงการควบคุมร่างกาย แต่เป็นการควบคุมอารมณ์ ความโกรธ และความเห็นแก่ตัว

เมื่อผู้ศรัทธาฝึกวินัยเช่นนี้ในเดือนรอมฎอน จึงเกิดความเข้าใจต่อผู้ที่ขาดแคลน และนำไปสู่การ บริจาค และการแบ่งปันมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การถือศีลอดยังเป็นการฝึก “ความซื่อสัตย์ต่อพระผู้เป็นเจ้า” เพราะแม้ไม่มีใครมองเห็น ผู้ศรัทธาก็ยังคงรักษาการถือศีลอดของตน และนี่คือการปลูกฝังจิตสำนึกภายในที่ลึกซึ้ง

เดือนแห่งการอบรมจิตใจ

เดือนรอมฎอนเปรียบเสมือนโรงเรียนแห่งจิตวิญญาณ ผู้ศรัทธาฝึกความอดทน (Sabr) ฝึกความกตัญญู (Shukr) และฝึกความถ่อมตนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเดือน การตื่นก่อนรุ่งอรุณ การละหมาดกลางคืน และการควบคุมตนเอง ล้วนเป็นการฝึกจิตใจให้แข็งแรง

เดือนแห่งความยำเกรง

เป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติในเดือนรอมฎอนรอมฎอนคือการสร้าง “ตักวา” (Taqwa) หรือความยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้า

เมื่อผู้ศรัทธามีตักวา ก็จะระมัดระวังในการใช้ชีวิต และใส่ใจผลกระทบต่อผู้อื่น ซึ่งนี่คือแก่นแท้ของความประเสริฐของเดือนรอมฎอนที่ส่งผลต่อทั้งชีวิต ไม่ใช่เพียงช่วงเวลา 30 วัน

เดือนที่มีค่ำคืนที่ประเสริฐที่สุด

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอนคือการมีอยู่ของค่ำคืน “ลัยละตุลก็อดร์” (Laylatul Qadr) ซึ่งถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอานว่า “ดีกว่าพันเดือน” (ซูเราะฮ์อัลก็อดร์ 97:3)

คำว่า “ดีกว่าพันเดือน” หมายความว่า การทำอิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี) ค่ำคืนนี้ไม่ได้เป็นเพียงโอกาสสะสมผลบุญ แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้าอย่างลึกซึ้ง ผู้ศรัทธาจะวิงวอนขอการอภัยโทษ ขอความเมตตา และขอทางนำในการดำเนินชีวิต

เดือนแห่งการอภัยโทษ

เดือนรอมฎอนถูกเรียกว่าเดือนแห่งความเมตตา (Rahmah) และการให้อภัย (Maghfirah) เพราะเป็นช่วงเวลาที่ประตูแห่งความเมตตาถูกเปิดกว้างเป็นพิเศษ

ผู้ศรัทธาจะเพิ่มการขออภัยโทษ (Istighfar) จากพระผู้เป็นเจ้าอย่างสม่ำเสมอ ทั้งหลังละหมาด ระหว่างการถือศีลอด และในช่วงค่ำคืนอันสงบของเดือนนี้ การขออภัยไม่ได้เป็นเพียงคำพูด แต่คือการสำนึกผิดอย่างแท้จริง และตั้งใจปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น

เดือนแห่งการตอบแทน

หนึ่งในหัวใจสำคัญของความประเสริฐของเดือนรอมฎอนคือการที่การทำความดีในเดือนนี้ได้รับการตอบแทนอย่างทวีคูณ ตามคำสอนในหะดีษที่ระบุว่า การงานของมนุษย์จะได้รับผลบุญเพิ่มขึ้นหลายเท่า และการถือศีลอดนั้นเป็นการงานที่พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบแทนด้วยพระองค์เอง

แนวคิดเรื่องการตอบแทนในเดือนรอมฎอน ไม่ได้หมายถึงเพียงรางวัลในโลกหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสงบทางใจ ความชัดเจนในชีวิต และความใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เดือนแห่งการตอบรับดุอาอฺ

ดุอาอฺ (Du’a) หรือคำวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า มีโอกาสได้รับการตอบรับอย่างยิ่งในเดือนนี้

ในอัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ (2:186) ได้กล่าวถึงการที่พระผู้เป็นเจ้าทรงใกล้ชิดกับบ่าวของพระองค์ และทรงตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่เรียกร้องต่อพระองค์ โองการนี้ถูกวางอยู่ในบริบทของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างการถือศีลอดกับการตอบรับดุอาอฺอย่างลึกซึ้ง

การวิงวอนในเดือนนี้ไม่ได้จำกัดเพียงความต้องการส่วนตัว แต่ยังรวมถึงการขอพรเพื่อครอบครัว ชุมชน และมนุษยชาติทั้งหมด ซึ่งทำให้ความประเสริฐของเดือนรอมฎอนได้ขยายจากระดับปัจเจกสู่ระดับสังคม

เดือนแห่งการเพิ่มพูนปัจจัยยังชีพ

ในคำสอนอิสลาม มีการกล่าวถึงความเชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงประทานความเมตตาและความจำเริญเป็นพิเศษในเดือนรอมฎอน ผู้ศรัทธาหลายคนจึงสัมผัสได้ถึงความสงบ ความราบรื่น และความพอเพียงที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้

เมื่อผู้ศรัทธาถือศีลอดและลดการบริโภคลง หัวใจก็เรียนรู้คุณค่าของสิ่งเล็ก ๆ ที่มีอยู่ ความกตัญญู (Shukr) ที่เพิ่มขึ้นนี้เอง เป็นเหตุแห่งความจำเริญที่แท้จริง

กล่าวได้ว่า “เดือนแห่งการเพิ่มพูนปัจจัยยังชีพ” จึงเป็นการเพิ่มพูนความสุข ความสงบ และความพอเพียงในชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความประเสริฐของเดือนรอมฎอนอย่างลึกซึ้ง

เดือนแห่งโอกาสในการทำความดี

ในเดือนรอมฎอน การทำความดีเล็ก ๆ ก็มีคุณค่ามากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวคำดี การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการแบ่งปันอาหารละศีลอด การกระทำเหล่านี้ล้วนมีผลบุญเพิ่มพูนอย่างทวีคูณ

เมื่อผู้ศรัทธา ถือศีลอด และสัมผัสความหิวด้วยตนเอง หัวใจย่อมอ่อนโยนและเข้าใจความทุกข์ของผู้อื่นมากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เดือนนี้เต็มไปด้วยการบริจาคเงิน และการช่วยเหลือในระดับครอบครัว ชุมชน และระดับโลก

เดือนแห่งการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

สุดท้ายแล้วเดือนรอมฎอน คือเดือนแห่งความเมตตาและความสามัคคี รวมถึงการจ่ายซะกาตฟิตเราะห์ ก่อนวันอีด จะช่วยให้ผู้ขัดสนมีอาหารและสามารถเฉลิมฉลองได้อย่างมีศักดิ์ศรี

การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเดือนรอมฎอนรอมฎอน คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความประเสริฐของเดือนรอมฎอนที่ไม่เพียงเปลี่ยนหัวใจของแต่ละคน แต่ยังเปลี่ยนสังคมโดยรวม

ขอบคุณที่มาจาก : islammore, ข้อมูลปฏิทินฮิจเราะห์และวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม

เดือนรอมฎอนเริ่มช่วงไหนของปี 2569?

เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม (Hijri Calendar) ซึ่งเป็นปฏิทินจันทรคติ ดังนั้นวันที่เริ่มต้นของเดือนจะเปลี่ยนไปทุกปี และเลื่อนเร็วขึ้นประมาณ 10–11 วันเมื่อเทียบกับปฏิทินสากล (Gregorian Calendar)

สำหรับปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) เดือนรอมฎอนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

ขอบคุณที่มาจาก: MuslimThaiPost, เดือนรอมฎอน 2569 วันไหน เดือนศักดิ์สิทธิ์ชาวมุสลิม มีความสำคัญอย่างไร

ร่วมทำความดีด้วยการบริจาคกับ UNHCR ในเดือนรอมฎอน

หนึ่งในแก่นของ ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน คือการเป็นผู้ให้ เดือนแห่งศรัทธานี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการจ่ายซะกาต และซอดาเกาะห์เพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ลี้ภัยที่ขาดแคลนอาหาร น้ำสะอาด ที่พักพิง และยารักษาโรค

ทั้งนี้การจ่ายซะกาต ต้องตามหลักการทางศาสนาผ่านองค์กรที่ได้รับการวินิจฉัย (ฟัตวา) เพื่อให้มั่นใจว่าเงินถูกจัดสรรอย่างถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์ (Shariah)

UNHCR ได้รับฟัตวาจากสำนักจุฬาราชมนตรี รวมถึงนักวิชาการศาสนาและสถานบันทางศาสนาที่มีชื่อเสียงทั่วโลกให้สามารถรับซะกาต บริหารกองทุนซะกาตอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งต่อความช่วยเหลือถึงผู้ลี้ภัยที่มีคุณสมบัติตามหลักศาสนา 100% โดยไม่หักค่าใช้จ่าย

ช่องทางการบริจาคซะกาต ผ่านกองทุนซะกาตของ UNHCR

สามารถร่วมบริจาคได้ที่

  1. บริจาคออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://unh.cr/n2HWG6
  2. ผ่านบัญชีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเลขที่บัญชี 008-136-2129 ชื่อบัญชี: UNHCR SPECIAL ACCOUNT

*กรุณาส่งสลิปโอนเงินเพื่อบันทึกการบริจาคได้ที่ LINE @unhcrdonation เพื่อบันทึกการบริจาค

ทุกการสนับสนุนในเดือนรอมฎอน คือการส่งต่อความหวัง และสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของความประเสริฐของเดือนรอมฎอน ผ่านการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างมีศักดิ์ศรี

ขอบคุณที่มาจาก: เว็บไซต์ทางการ UNHCR

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน พลังแห่งการให้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

บริจาค UNHCR

ท้ายที่สุดแล้วความประเสริฐของเดือนรอมฎอน ไม่ได้อยู่เพียงการ ถือศีลอด หรือการประกอบศาสนกิจเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนหัวใจให้เป็นหัวใจของ “ผู้ให้”

เดือนนี้สอนให้เราเข้าใจความหิว ความเปราะบาง และความไม่แน่นอนของชีวิต พร้อมปลุกจิตสำนึกให้แบ่งปันแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

ในโลกที่ยังมีผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องเผชิญสงคราม ความรุนแรง และการพลัดถิ่น การสนับสนุนผ่าน UNHCR คือการเปลี่ยนความศรัทธาให้กลายเป็นความช่วยเหลือที่จับต้องได้ ทั้งที่พักพิง อาหาร น้ำสะอาด และการรักษาพยาบาล

ทุกการให้ในเดือนรอมฎอน จึงไม่เพียงเพิ่มพูนผลบุญ แต่ยังต่อชีวิตและต่อความหวังให้กับใครบางคน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เดือนรอมฎอนควรทําอะไรบ้าง?

ในเดือนรอมฎอน ผู้ศรัทธาควรให้ความสำคัญกับการ ถือศีลอด อย่างถูกต้องตามหลักศาสนา พร้อมเพิ่มพูนการละหมาด การอ่านอัลกุรอาน และการขออภัยโทษ (Istighfar) อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ เดือนนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำความดี เช่น การจ่าย ซะกาต การทำ ซอดาเกาะห์ คือ การบริจาคโดยสมัครใจ และการช่วยเหลือผู้ยากไร้

เดือนรอมฎอนมีข้อห้ามอะไรบ้าง?

ในช่วงเวลาการถือศีลอดของเดือนรอมฎอน ห้ามรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ และมีความสัมพันธ์ทางเพศตั้งแต่รุ่งอรุณจนถึงพระอาทิตย์ตก

รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรม เช่น การโกหก การนินทา การโกรธ หรือการทำร้ายผู้อื่น เพราะการถือศีลอด ไม่ได้หมายถึงการงดอาหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการงดเว้นจากสิ่งที่ทำให้คุณค่าของ ความประเสริฐของเดือนรอมฎอนลดลงด้วย

ขอบคุณที่มาจาก : สำนักจุฬาราชมนตรีข้อมูลเกี่ยวกับการถือศีลอดและเดือนรอมฎอน