น้ำท่วมครั้งใหญ่ในซูดานส่งผลกระทบต่อผู้ลี้ภัยหลายพันคน

ผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ยังต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนหลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมทำลายที่พักพิงเสียหาย

© บัก ผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้อายุ 80 ปี นั่งอยู่ในที่พักพิงที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ใน Sharq Al-Nile ประเทศซูดาน © UNHCR/Roland Schönbauer

หลายปีที่ผ่านมาที่พักพิงอยู่ในซูดาน บักไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน น้ำท่วมใหญ่สร้างความหายนะไปทั่วประเทศ

“น้ำมาตอนกลางคืน มันไหลเข้ามาในที่พักพิงของผมและทำให้ผมนอนไม่หลับเลย” บัก ผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ วัย 80 ปี เล่า เขาอยู่ห่างออกไปจาก Blue Nile ท้องที่ในเมือง คาร์ทูมของ Sharg Al Neel เพียง 50 เมตร

เขาติดอยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลาหลายวัน ทั่วทั้งพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำ

“น้ำท่วมอยู่อย่างนั้นประมาณ 7 วัน ก่อนปริมาณจะลดลง ผมไปไหนไม่ได้เพราะไม่อยากทิ้งข้าวของ” เขาพูดพร้อมกับถอนใจไปด้วย

ข้าวของของบักมีเพียงเตียงที่เป็นสนิม หม้อทำอาหารไม่กี่ใบและจานข้าวรวมถึงของใช้ส่วนตัว ที่พักพิงของเขาทำจากไม้ เศษผ้าและมีประตูที่ทำจากเมทัลชีท วัสดุเหล่านี้ไม่แข็งแรงมากพอที่จะปกป้องเขา

“น้ำมาตอนกลางคืน น้ำไหลเข้ามาในที่พักพิงของผมและทำให้ผมนอนไม่หลับเลย”

“เสื้อผ้าของผมและข้าวสาลีเสียหายจากน้ำท่วม” เขาเสริม

ก่อนหน้าที่ UNHCR สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ สิ่งที่บักต้องการมากที่สุดคือการได้รับผ้าพลาสติกเอนกประสงค์และชุดพื้นเมืองที่เรียกว่า Galabias 2 ชุด

ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันทำให้พื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ น้ำท่วมสูงถึง 17 เมตร ตลิ่งพังทลายและทำให้ผู้ลี้ภัยหลายพันคนเช่นบักรวมถึงผู้พลัดถิ่นภายในประเทศและคนในชุมชนต้องไร้บ้านและต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

สหประชาชาติคาดการณ์ว่าอย่างน้อย 800,000 คน ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ขณะที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน จากการประเมินแบบครอบคลุมของ UNHCR พบว่าผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นภายในประเทศราว 125,000 คน ได้รับผลกระทบ

พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดอยู่ทางตะวันตก ทางใต้และทางตอนเหนือของเมืองคอร์โดแฟน เซนนา ดาร์ฟูร์ ซูดานตะวันออกและคาร์ทูม

ผู้ลี้ภัยและชุมชนในกลุ่มเปราะบางต่างได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง บ้านเรือน จุดจ่ายน้ำสะอาดและห้องน้ำทั่วประเทศได้รับความเสียหาย

แม้แต่ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากแม่น้ำเช่นใน Al Droshab พื้นที่ในเมืองคาร์ทูม เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยตึกที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ พื้นที่ทิ้งขยะ และที่พักพิงที่สร้างขึ้นแบบง่ายๆ นับพันหลังได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักและลมพัดแรง

คริสตินาผู้ลี้ภัยชาวซูดานเป็นหนึ่งใน 2,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักใน Al Droshab ที่พักพิงของเธอไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะปกป้องเธอและครอบครัวจากสภาพอากาศที่เลวร้าย

“ฝนตกลงมาขณะที่เรากำลังหลับ บ้านของเราเริ่มรั่ว” เธอเล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่เธอต้องพาลูกๆ ทั้ง 9 คน อายุระหว่าง 16 เดือน ถึง 14 ปี หลบอยู่ใต้ผ้าพลาสติกผืนเดียว

“เราพยายามหลบฝนแต่ผ้าพลาสติกผืนนั้นรั่วเหมือนกัน” คริสตินาเสริม เธอเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผ้าพลาสติกเอนกประสงค์ เสื่อนอน ผ้าห่มและถังเก็บน้ำเอนกประสงค์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

UNHCR ทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตรเช่น Save the Children รวมไปถึงองค์กร Disaster Assistance and Development หรือ ADD องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของซูดาน ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ลี้ภัย ผู้พลัดถิ่นและชุมชนราว 170,000 คน ทั่วประเทศ

“ผมรู้สึกดีใจที่สิ่งของบรรเทาทุกข์สามารถบรรเทาความทุกข์ยากของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางมากที่สุด” อาเหม็ด อาลิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความคุ้มครอง ของ UNHCR ผู้ประสานงานการมอบความช่วยเหลือในพื้นที่เมืองคาร์ทูม

“ฉันต้องการสร้างบ้านใหม่ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและส่งลูกไปโรงเรียน”

เขาเน้นย้ำถึงความต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มเติมและเสริมว่า “มีความต้องการจำนวนมากและยังเป็นการช่วยเหลือในระยะสั้น”

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าองค์กรมีงบประมาณที่จำกัด โดยกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา UNHCR ได้รับงบประมาณราวร้อยละ 38 จากงบประมาณที่ต้องการทั้งหมดหรือจำนวน 274.9 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,623 ล้านบาท เพื่อการทำงานในประเทศซูดาน จากรายงาน ‘Consequences of Underfunding in 2020’ ล่าสุดของ UNHCR สถานการณ์ในซูดานใต้กำลังย่ำแย่จากงบประมาณที่ไม่เพียงพอซึ่งต่ำกว่างบประมาณที่ต้องการอยู่ราวร้อยละ 33

แม้ต้องเผชิญเหตุน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคริสตินา แต่เธอไม่ยอมแพ้

“ฉันต้องการสร้างบ้านใหม่ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและส่งลูกไปโรงเรียน” เธอกล่าว