โอกาสในการทำงานในประเทศไทย
โอกาสในการทำงานในประเทศไทย
อาเย มิ้น และสามีของเธอ มาโย ในกรุงเทพฯ ซึ่งทั้งสองทำงานด้านก่อสร้างและส่งเงินกลับไปดูแลครอบครัวที่ค่ายแม่หละ
ในเดือนพฤศจิกายน 2568 อาเย มิ้น้น ผลี้ภัยจากเมียนมา เธอเกิดและโตในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ (ค่ายผู้ลี้ภัย) หลังจากครอบครัวหนีภัยสงครามมาลี้ภัยในค่าย เธอรออยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดตากเพื่อดำเนินการด้านประกันสุขภาพและขั้นตอนที่จำเป็น ก่อนจะออกจากค่ายแม่หละไปทำงาน ภายในเดือนเมษายน 2569 เธอมาทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ มีรายได้ที่มั่นคงจากงานก่อสร้าง และส่งเงินกลับบ้านเพื่อช่วยเหลือครอบครัว
“ฉันอยากมีรายได้เลี้ยงตัวเอง” เธอกล่าว
เส้นทางของเธอสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ภายหลังนโยบายสำคัญในปี 2568 ผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในค่ายตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาเริ่มสามารถเข้าถึงการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย นำไปสู่การพึ่งพาตนเองมากขึ้นและการเชื่อมโยงเข้าสู่กลไกของภาครัฐ ก่อนออกจากค่าย อาเย มิ้น มีรายได้เพียงเล็กน้อยจากงานเกษตร โอกาสมีจำกัด และการดูแลครอบครัวเป็นภาระที่เธอกังวลอยู่เสมอ
ปัจจุบันเธอมีรายได้ที่มั่นคงจากงานก่อสร้าง ซึ่งมากกว่ารายได้เดิมมากกว่าเท่าตัว และส่งเงินกลับไปที่ค่ายแม่หละอย่างสม่ำเสมอ ลูกสาววัยหกขวบของเธอยังคงอาศัยอยู่ที่นั่นกับปู่ย่าตายาย ขณะที่แม่ของเธอก็ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากเธอสำหรับค่ารักษาพยาบาล
“ฉันอยากให้ลูกสาวได้รับการศึกษาที่ดี นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องทำงาน” เธอกล่าว
สำหรับนายจ้าง การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ ธนาภา ผู้ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและงานระบบไฟฟ้าที่เธอสร้างมากว่าทศวรรษ เผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานที่ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปได้ยากขึ้น การจ้างแรงงานผู้ลี้ภัยช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ได้บางส่วน
ณ เดือนมีนาคม 2569 ผู้ลี้ภัยจากค่ายตามแนวชายแดนเกือบ 3,800 คน ได้เข้าสู่การจ้างงานในประเทศไทย ในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ก่อสร้าง เกษตร และการผลิต “เรายังต้องการแรงงานเพิ่ม” เธอกล่าว ผ่านกิจกรรมนัดพบแรงงานในค่ายตามแนวชายแดน บริษัทของเธอได้จ้างผู้ลี้ภัยประมาณ 100 คน สะท้อนถึงความต้องการแรงงานในหลายภาคส่วน
ที่ไซต์ก่อสร้างแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แรงงานผู้ลี้ภัยทำงานร่วมกับแรงงานที่มีประสบการณ์มากกว่า และเรียนรู้ไปพร้อมกันในการทำงานจริง “ช่วงแรกพวกเขาต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่หลายคนมีความตั้งใจและพยายามพัฒนาตัวเอง” เธออธิบาย การเปลี่ยนผ่านจากค่ายสู่สถานที่ทำงานไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป
อาเย มิ้น และสามีเคยลองทำงานในโรงงาน แต่ต้องกลับไปที่ค่ายหลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ เนื่องจากสภาพการทำงานที่ยากลำบากและไม่มีที่พักอาศัย การเปลี่ยนมาทำงานก่อสร้างจึงเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนมากกว่า แม้ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว
ในภาพรวม หน่วยงานภาครัฐ UNHCR และภาคีต่าง ๆ กำลังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนากระบวนการจ้างงาน ขยายการฝึกอบรม และสนับสนุนทั้งแรงงานผู้ลี้ภัยและนายจ้างในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ “นี่คือโอกาสให้พวกเขาสร้างชีวิตของตัวเอง” ธนาภากล่าว สำหรับอาเย มิ้น โอกาสนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบ เธอทำงานหนักและส่งรายได้ส่วนหนึ่งกลับบ้านในแต่ละเดือน เพื่อดูแลทั้งลูกสาวและแม่ที่ยังอยู่ที่ค่ายแม่หละ เป้าหมายของเธอชัดเจน เธอต้องการเก็บเงินสนับสนุนครอบครัว และสร้างโอกาสที่ดีกว่าให้กับลูกสาว
“บางทีลูกอาจได้เป็นวิศวกร” เธอกล่าว
ในวันแรงงานสากล เรื่องราวของเธอเป็นเครื่องเตือนใจว่างานไม่ได้หมายถึงรายได้เพียงอย่างเดียวแต่มันคือศักดิ์ศรี ความมั่นคง และโอกาสในการกำหนดอนาคตของตนเองสำหรับอาเย มิ้น และอีกหลายคน โอกาสนั้นกำลังเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
อาเย มิ้น ดำเนินขั้นตอนที่จำเป็นที่โรงพยาบาลในจังหวัดตาก ก่อนออกจากค่ายแม่หละไปทำงานในช่วงปลายปี 2568
คุณธนาภาบริหารธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของเธอในกรุงเทพฯ ซึ่งการสรรหาแรงงานมีความสำคัญมากขึ้นท่ามกลางภาวะขาดแคลนแรงงาน